สิ่งที่มากับน้ำท่วม

เขียนโดย biology เมื่อ . หัวข้อ บทความ, บทความปี 2555

 

                                                                                                               ดร.สุนัดดา   โยมญาติ

          ถึงแม้ว่าเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2554 เป็นเดือนที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวและผ่านฤดูฝนไปแล้วสำหรับภาคกลาง แต่หลายจังหวัดก็ยังคงต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมอยู่ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือ น้ำท่วมครั้งนี้มีระยะเวลาที่ยาวนานเนื่องจากน้ำมีปริมาณมากและไม่สามารถไหลออกสู่ทะเลได้เร็ว ทำให้น้ำที่ท่วมขังเริ่มเน่าเสีย รวมทั้งขยะต่างๆ จำนวนมากที่มากับน้ำได้แพร่กระจายไปในพื้นที่ต่างๆ จนทำให้น้ำที่ท่วมขังสกปรกและมีเชื้อโรคปะปนอยู่ ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นก็มีความจำเป็นต้องเดินทางผ่าน

 

55-2-1 

ภาพที่ 1 ขยะที่ลอยมากับน้ำท่วม

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/edu/214125 

 

          ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ถูกน้ำท่วมหรือต้องเดินทางผ่านบริเวณที่ถูกน้ำท่วมควรตระหนักถึง คือโรคติดต่อที่พบบ่อยทั้งที่เกิดขึ้นจากน้ำหรืออาหารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนและโรคติดต่อที่เกิดจากพาหะนำโรคอื่นๆ  เพื่อให้ผู้ที่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำท่วมรู้จักป้องกันและรักษาตนเองให้ปลอดภัยได้ ตัวอย่างโรคติดต่อ เช่น

1.  โรคติดต่อที่พบมากในระยะที่เกิดน้ำท่วม มักเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ที่อยู่ในน้ำสกปรก เช่น

      – โรคทางเดินอาหารและอุจจาระร่วง อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น บิดไม่มีตัว เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Shigella ไข้ไทฟอยดท์เกิดจากเชื้อแบคทีเรียSalmonellaTyphi  หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น โรตาไวรัส (Rotavirus) เชื้อโรคเหล่านี้อาจจะปนเปื้อนมากับน้ำและอาหารที่ไม่สะอาด หรืออาจมีแมลงวันเป็นพาหะนำโรค ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารและดื่มน้ำสะอาดที่บรรจุในภาชนะที่สะอาดรวมถึงล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เนื่องจากมืออาจไปสัมผัสกับน้ำท่วมที่มีเชื้อโรคอยู่

      – ตาแดง เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มอาดิโนไวรัส (Adenovirus) อาจมีสาเหตุมาจากการเอามือที่สกปรกไปขยี้หรือสัมผัสดวงตา น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา รวมถึงใช้ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็ดหน้าที่มีเชื้อโรคไปสัมผัสกับดวงตา จึงไม่ควรใช้มือไปขยี้หรือสัมผัสดวงตา ถ้าน้ำสกปรกเข้าตาต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาด และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

      – น้ำกัดเท้า เกิดจากผิวหนังเกิดการระคายเคืองเพราะสภาพที่เปียกหรืออับชื้นและจากสิ่งสกปรกที่ปนอยู่ในน้ำ จึงทำให้อาการเท้าเปื่อย ลอก แดง คัน และแสบ หากน้ำนั้นสกปรกก็อาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าไปในแผลเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียและเป็นหนองได้ และหากปล่อยให้น้ำกัดเท้าเป็นเวลานาน เมื่อผิวลอกเปื่อยและชื้นอยู่เรื่อยๆ อาจจะมีการติดเชื้อราร่วมด้วย  ดังนั้นเพื่อป้องกันน้ำกัดเท้าควรสวมร้องเท้าบูทเสมอเพื่อไม่ให้เท้าสัมผัสกับน้ำสกปรก หรือเมื่อเดินผ่านน้ำสกปรกมาแล้วจะต้องทำความสะอาดโดยการล้างน้ำฟอกสบู่และเช็ดเท้าให้แห้ง ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราอาจต้องใช้ยารักษาตามอาการ

      – แผลติดเชื้อ ถ้าร่างกายมีบาดแผลและได้รับเชื้อโรคที่มาจากน้ำสกปรก อาจทำให้แผลเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียขึ้นได้ ดังนั้นควรสวมรองเท้าบูททุกครั้งที่เดินลุยน้ำ และหากเกิดบาดแผลที่เท้าหรือส่วนอื่นที่สัมผัสน้ำ   ให้รีบล้างแผลให้สะอาด และหลีกเลี่ยงไม่ให้บาดแผลสัมผัสกับน้ำสกปรกอีก เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบรุนแรงมากขึ้น  ถ้าหากบาดแผลเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย มีอาการบวมแดงและเป็นหนอง อาจต้องรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ

55-2-2

 

ภาพที่ 2 การเดินทางในพื้นที่น้ำท่วม

ที่มา: http://www.boston.com/bigpicture/2011/10/thailand_flood_reaches_bangkok.html

2. โรคติดต่อที่พบมากในระยะหลังน้ำท่วม มักเป็นโรคที่เกิดจากพาหะนำโรคอื่นๆ  เพราะการเกิดน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานทำให้พาหะนำโรคเพิ่มขึ้นโดยทางอ้อม เนื่องจากพื้นที่ที่พาหะเหล่านั้นอาศัยอยู่เพิ่มขึ้นหรือพื้นที่มีความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต เช่น

      – ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ สามารถป้องกันได้โดยการอย่าให้ยุงกัด ควรนอนในมุ้งหรือทายากันยุง และอย่าปล่อยให้ภาชนะต่างๆ ภายในบ้านมีน้ำขังนาน และหากเป็นไข้เลือดออกแล้วไม่ควรให้ยุงกัดเพราะจะทำให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้

      – โรคฉี่หนูหรือโรคเล็ปโตสไปโรซิส  (Leptospirosis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียLeptospira interogans สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ พาหะนำโรค เช่น สุนัข หนู โค กระบือ สุกร แพะ สัตว์เลี้ยงในบ้านต่างๆ แต่พบมากในหนูซึ่งสามารถแพร่เชื้อออกมาได้โดยที่ตัวหนุเองไม่แสดงอาการของโรค เชื้อแบคทีเรียสามารถมีชีวิตได้นานหลายเดือนหลังจากถูกขับออกทางปัสสาวะจากสัตว์ที่เป็นพาหะ โดยคนจะสามารถรับเชื้อแบคทีเรียนี้เข้าไปทางผิวหนังซื่งอาจผ่านทางบาดแผลแช่น้ำเป็นเวลานานๆ

          การป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อที่มากับน้ำได้ดีที่สุดคือ ไม่ไปสัมผัสกับน้ำเหล่านั้นหรือหลีกเลี่ยงไม่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ก็ควรใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย เช่น ใส่รองเท้าบูทหรืออุปกรณ์ป้องกันร่างกายแบบอื่น หรือหากจำเป็นต้องสัมผัสกับน้ำสกปรกโดยไม่มีอะไรป้องกัน ควรล้างเท้าและร่างกายส่วนที่สัมผัสน้ำให้สะอาดทันที หรืออาบน้ำฟอกสบู่เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่มากับน้ำสกปรกให้หมดไป

55-2-3

 

ภาพที่ 3 สวมรองเท้าบูทเพื่อป้องกันน้ำสกปรกและเชื้อโรคสัมผัสกับร่างกาย

ที่มา: http://www.songofthepaddle.co.uk/forum/showthread.php?513-Avon-Muck-Boots-a-Review

******************************** 

 เอกสารอ้างอิง

การป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม. (Online) Available : http://www.chulapedia.chula.ac.th/index.php/

          การป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม (Retrieved 01/11/11)

เตือนภัยโรคที่มากับน้ำท่วม. (Online) Available : http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/special_report/17537

          (Retrieved 01/11/11)

บิดชิเกลล่า (Shigellosis,Baciillary dysentery). (Online) Available :   http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih

          /a_nihR_search.asp?info_id=31 (Retrieved 01/11/11)

โรคตาแดง. (Online) Available :   http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=613

          (Retrieved 01/11/11)

โรคฉี่หนู. (Online) Available :   http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=214

          (Retrieved 01/11/11)

โรคท้องร่วง. (Online) Available :   http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/GI/diarrhea.htm (Retrieved 01/11/11)

โรคเล็ปโตสไปโรซิส. (Online) Available :http://th.wikipedia.org/wiki/โรคเล็ปโตสไปโรซิส (Retrieved 01/11/11)

บิดชิเกลล่า(Shigellosis,Baciillary dysentery) (Online) Available : http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih

          /a_nihR_search.asp?info_id=31 (Retrieved 01/11/11)

 

 

 

 

1,136 total views, 0 views today