รู้จัก Probiotio และ Prebiotic กันหรือยัง

เขียนโดย biology เมื่อ . หัวข้อ บทความ, บทความปี 2553

 

53-3-1 

อาจารย์ภัทรา  พลับเจริญสุข**

         ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น  ในแง่ของคุณค่าทางอาหาร  ความปลอดภัย และมีผลดีต่อสุขภาพ จึงเป็นจุดกำเนิดผลิตภัณฑ์อาหารที่เรียกว่าฟังก์ชันนัลฟู้ด  (functional food) ซึ่งเป็นอาหารที่มีผลต่อการทำหน้าที่ต่างๆ ในร่างกาย ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยมีบทบาทในการลดความเสี่ยงและอัตราในการเกิดโรค  อาหารหลายชนิดจัดเป็น functional food และพบได้ในชีวิตประจำวัน  โดยเฉพาะกลุ่มพรีไบโอติก (prebiotic) และโพรไบโอติก (probiotic)  ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพลำไส้  ดังนั้นเราจึงควรทำความรู้จักกับพรีไบโอติกและโพรไบโอติกให้มากขึ้น

         โพรไบโอติก เป็นกลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีชีวิตและมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์และสัตว์  โดยโพรไบโอติกจะทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร  โดยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น  ลดปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นโทษลงและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายและยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคทำให้ไม่สามารถเกาะติดกับลำไส้ โดยวิธีการหลั่งสารออกมาต้านจุลินทรีย์ชนิดอื่นหรือเจริญเติบโตไปแย่งที่กันไม่ให้จุลินทรีย์ก่อโรคเจริญและถูกขับออกทางอุจจาระ  เชื้อจุลินทรีย์ที่จัดเป็นโพรไบโอติก เช่น Lactic acid bacteria (LAB) และ Bifidobacteria  ส่วนพรีไบโอติกเป็นส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร  ช่วยกระตุ้นการเจริญและกิจกรรมของแบคทีเรียกลุ่มโพรไบโอติกในลำไส้ใหญ่  พรีไบโอติกส่วนมากเป็นสารอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้เช่น oligosaccharide  และ fructoligosaccharide  เป็นต้น  ปกติแล้วพรีไบโอติกและโพรไบโอติกจะทำงานร่วมกัน    นอกจากนี้พรีไบโอติกและโพรไบโอติกยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก  ป้องกันการเกิดอาการท้องเสียท้องเดิน  ช่วยเผาผลาญไขมัน  เพิ่มการดูดซึมของแคลเซียม  ลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันมะเร็งลำไส้ เป็นต้น พรีไบโอติกส่วนใหญ่พบในผักผลไม้ เช่น หัวหอม กล้วย กระเทียม หน่อไม้ฝรั่งเป็นต้น  ส่วนโพรไบโอติกอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์นมแปรรูป เช่น นมเปรี้ยว และโยเกิร์ต  เป็นต้น

53-3-2 
ภาพที่ 1 ความสัมพันธ์ของแบคทีเรียที่ให้ประโยชน์และมีโทษต่อร่างกาย

ที่มา http://thaiprobiotics.org/content_detail.aspx?content=7&id=20071203140619906&lg=th

            กลไกการทำงานของโพรไบโอติกกลุ่มแบคทีเรียแสดงได้ดังภาพ  เมื่อโพรไบโอติกและเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคเข้าสู่ร่างกายจะไปเกาะติดกับเมือกและเนื้อเยื่อของลำไส้   ซึ่งเชื้อทั้งสองชนิดจะต้องอยู่รอดภายใต้สภาวะของระบบย่อยอาหาร  และเพิ่มจำนวนขึ้นในระบบลำไส้จึงส่งผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่  ดังนั้นจึงมีการแข่งขันและกีดกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคกับโพรไบโอติก  โดยการรวมตัวกันที่ผิวหน้าและผลิตสารต้านเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น และกีดกันเชื้อก่อโรคโดยตรง  

           จะเห็นได้ว่าโพรไบโอติกและพรีไบโอติก  เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใส่ใจสุขภาพ  หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย  เนื่องจากโพรไบโอติกและพรีไบโอติก  มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้  จึงส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดียิ่งขึ้น 

เอกสารอ้างอิง 

  1. พรีไบโอติคและโพรไบโอติค: อาหารสุขภาพ. http://www.pharm.chula.ac.th/Clinic 101_5/article/Radio89.pdf  (Retrieved 21/10/09) 
  2. อาหารกับสุขภาพ. http://www.tistr-foodprocess.net/food_helth/food_health6. 
  3. Prebiotic(nutrition). http://www.wikipedia.org/wiki/Pribiotic_(nutrition)
  4. http://thaiprobiotics.org/content_detail.aspx?content=7&id=20071203140619906 [Suspected malware URL, 2014-08-25]

 

8,111 total views, 0 views today