มลภาวะทางอากาศ…เราสามารถช่วยกันลดได้

เขียนโดย biology เมื่อ . หัวข้อ บทความ, บทความปี 2552

52-3-1

   โดย. นางสาวยุวศรี  ต่ายคำ

          ปัจจุบันเราต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย  ซึ่งนับวันปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น  ปัญหามลภาวะทางอากาศก็เป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งที่พวกเราทุกคนควรจะตระหนักถึงและหาแนวทางในการแก้ไขอย่างจริงจัง 
          มลภาวะทางอากาศ (air pollution) หมายถึง ภาวะของอากาศที่มีสารเจือปนอยู่ในปริมาณที่มากพอ และเป็นระยะเวลานานพอที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อมนุษย์ สัตว์ พืช ซึ่งสารเจือปนดังกล่าวอาจเป็นธาตุหรือสารประกอบ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

           หรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ อาจอยู่ในรูปของแก๊ส ของเหลว หรือของแข็งก็ได้ โดยมลสารหลักที่สำคัญคือ ฝุ่นละออง ตะกั่ว (Pb) แก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) แก๊สออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) (กรมควบคุมมลพิษ;2550)  

           คนส่วนใหญ่มักคิดว่ามลภาวะทางอากาศต้องเป็นอะไรที่เกี่ยวกับควันรถยนต์ ฝนกรด สาร CFCsหรือสารพิษรูปแบบต่างๆที่มักเกิดขึ้นภายนอกบ้าน แต่ความจริงมลภาวะทางอากาศสามารถเกิดขึ้นได้ภายในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่ภายในอาคารสำนักงานและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ควันจากการสูบบุหรี่หรือการทำอาหาร ฝุ่นกระดาษที่เกิดจากเครื่อง printer  เป็นต้น ซึ่งเราสามารถระบุตัวสารพิษและแหล่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศใกล้ตัว รวมไปถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายหากได้รับสารพิษดังกล่าวได้ดังนี้ 
 
           อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (suspended particulate matter) ประกอบด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้  
 
ควันบุหรี่หรือควันยาสูบ (tobacco smoke)เป็นที่ทราบกันดีว่าควันบุหรี่เป็นสารเคมีที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ไม่ใช่เฉพาะแต่คนที่สูบเท่านั้น แต่คนที่สูดเอาควันบุหรี่เข้าไปก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งปอด โรคหืด หรือการติดเชื้อในปอดได้เช่นเดียวกัน 
 
            สารปนเปื้อนทางชีวภาพ (biological pollutants) เป็นสารที่เกิดขึ้นในธรรมชาติและล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ เช่น ละอองเกสรดอกไม้หรืออับสปอร์ สารเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหืด หอบ ภูมิแพ้ หรือโรคเยื่อบุตาอักเสบได้  

            สารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยเป็นไอได้เร็ว (volatile organic compounds) ส่วนใหญ่จะเป็นสารที่ระเหยมาจากสีทาบ้าน สีน้ำมันที่เป็นสารจำพวกอะซิโตน การระเหยของน้ำมันปิโตรเลียม หรือแม้แต่ในขั้นตอนของการซักแห้งก็มีสารดังกล่าวระเหยออกมาได้ สารเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ตา จมูกและคอ ในบางครั้งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดหัว วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้และที่ร้ายแรงที่สุดคือทำให้ระบบการทำงานของตับล้มเหลว  

           ฟอร์มอลดีไฮด์ (formaldehyde) เป็นสารเคมีที่ประกอบไปด้วย คาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน อยู่ในรูปของแก๊สที่ไม่มีสีแต่มีกลิ่น พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากพืช สัตว์และมนุษย์ โดยอาจพบในส่วนผสมของ น้ำมันพืช แชมพู ลิปสติก เสื้อผ้า หรือกระดาษชำระ ถ้าร่างกายได้รับสารดังกล่าวในปริมาณที่มากในระยะเวลาอันสั้นจะทำให้เกิดการระคายเคืองที่ตา จมูกและเกิดอาการภูมิแพ้ แต่หากได้รับในปริมาณที่มากในช่วงระยะยาวจะส่งผลทำลายระบบประสาท ระบบการย่อยอาหารรวมไปถึงก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ 

           สารกัมมันตรังสี (redon) เป็นสารที่สะสมอยู่ภายในบ้านได้ จริงๆแล้วสารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในชั้นหินและชั้นดินภายในบริเวณบ้านนั่นเอง และจะปลดปล่อยออกมาในรูปของแก๊สซึ่งแก๊สดังกล่าวหากร่างกายได้รับในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้  

         จะเห็นได้ว่ามลภาวะทางอากาศนั้นสามารถเกิดขึ้นได้รอบตัวเรา แต่เราสามารถช่วยกันลดมลภาวะดังกล่าวได้ โดยเริ่มจากการปรับปรุงตกแต่งบ้าน ปรับเปลี่ยนนิสัยในการอุปโภค บริโภคหรือเปลี่ยนวิธีเดินทางใหม่ สิ่งต่างๆเหล่านี้มีส่วนทำให้มล

ภาวะทางอากาศลดน้อยลงได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมที่จะทำตามวิธีดังกล่าวรึยัง และนี่คือบางส่วนในแนวทางที่จะช่วยลดมลภาวะทางอากาศได้โดยเริ่มต้นที่บ้านของเราก่อน 

  • เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าจากหลอดไส้ให้เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน 
  • ปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน  
  • ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่สามารถทดแทนหรือสร้างใหม่ได้ เช่น ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการให้ความร้อนหรือพลังงานลมซึ่งพลังงานเหล่านี้จะไม่ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ   
  • พยายามนำกระดาษ พลาสติกหรือแก้วน้ำกลับมาใช้ใหม่แทนการนำไปทิ้งขยะ

     

     

    52-3-2       52-3-3
     
  • ลดการใช้ถุงพลาสติกและเปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษแทน   
  • หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์เพราะจะก่อให้เกิดสาร CFCSมากขึ้น 
  • เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากโฟมหรือนำวัสดุที่ทำจากโฟมไปดัดแปลงทำชิ้นงานอื่นๆแทนที่จะนำไปเผาทำลายซึ่งจะก่อนให้เกิดมลพิษตามมา โดยเราสามารถนำโฟมไปทำการอัดและนำมาทำเป็นผนังบุห้องได้  
  • ดูแลตรวจสอบเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นอยู่เสมอ หากเกิดการชำรุดหรือรอยรั่วควรรีบซ่อมแซมทันที  
  • พยายามใช้เครื่องปรับอากาศให้น้อยที่สุด  
  • หลีกเลี่ยงการขับรถในเส้นทางที่มีรถติดเป็นประจำ  
  • ใช้รถยนต์โดยสารประจำทาง การเดินหรือขี่จักรยานไปโรงเรียนหรือไปทำงานแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ควรใช้รถส่วนตัวเมื่อต้องเดินทางระยะไกลเท่านั้น  
  • ไม่ควรขับรถโดยใช้อารมณ์มากเกินไปเพราะนอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้ว การที่เราเบรกแรงหรือออกตัวเร็วเกินไปจะทำให้ต้องใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้มากขึ้นซึ่งย่อมก่อให้เกิดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์เพิ่มมากขึ้นไปด้วย  
  • ปลูกต้นไม้เพราะต้นไม้สามารถช่วยดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ได้  
  • ควรหมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เสมอ เพียงเท่านี้เราก็สามารถลดมลภาวะทางอากาศ  อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายประจำวันได้อีกด้วย  

  
อ้างอิง 

สถานการณ์มลพิษ – กรมควบคุมมลพิษ Ministry of natural resource and environment (Online)  
             Available http://www.pcd.go.th/ (Retrieved 3/03/07) Air  pollution – Lawrence Berkeley National laboratory’s ELSI project (Online) Available 
 
            http://www.ipstweb.com/science/kadong.html (Retrieved 30/ 01/07) Formaldehyde – Ying charoen Co.,Ltd (Online) Available http://www.ycplywood.com/ (Retrieved 1/03/ 07) Pollutions – Wikipedia The free Encyclopedia (Online) Available http://www.en.wikipedia.org/ Retrieved 
 
             7/02/07)Health impact of specific air pollution – Edugreen the Energy and Resource Institute (Online)  Available http://www.edugreen.teri.res.in/  (Retrieved 30/01/07) Help reduce pollution – Australian Government Department of the Environment and  Heritage (Online)  

             Available http://www.npi.gov.au/ (Retrieved 30/01/07) The way  to reduce air  pollution- Montreal plus.ca(Online) Available http://www.english.montrealplus.ca/Retrieved 12/12/07) What you can do clean the air – National Institute of Environmental Health Science The primary NIH  

             organizationfor research on air pollution  ( Online ) Available http://www.nlm.nih.gov/ (Retrieved 3/03/07) 
 

15,372 total views, 0 views today