น้ำวุ้นลูกตา… สำคัญไฉน

เขียนโดย biology เมื่อ . หัวข้อ บทความ, บทความปี 2552

52-10-1

โดย…ดร.วนิดา  ธนประโยชน์ศักดิ์   
 
 
              ตาเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพต่าง ๆ ได้ดีกว่าคำบรรยายใด ๆ เหมือนคำกล่าวที่ว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” นั่นเอง  คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่าการมองเห็นทำให้การดำเนินชีวิตของเรามีอรรถรสมากขึ้น  มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสที่จะมองเห็นเนื่องมาจากความพิการทางสายตา   ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับสายตามากขึ้นและพบได้ในทุกเพศทุกวัย  ไม่ว่าจะเป็นโรคสายตาสั้น  สายตายาว  โรคต้อกระจก  โรคต้อหิน  โรคจอประสาทตาเสื่อม  และการเสื่อมของน้ำวุ้นลูกตา เป็นต้น 

             น้ำวุ้นลูกตา (vitreous) เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของตา  มีลักษณะคล้ายเจลใสอยู่ศูนย์กลางของตา  มีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาตรน้ำในตา  มีความสำคัญในการช่วยรักษาและทำให้ตาคงรูปร่างปกติ  ในคนช่วงแรกเกิดน้ำวุ้นลูกตาจะใสเหลวเหมือนกับไข่ขาวแต่เมื่อเติบโตขึ้นน้ำวุ้นลูกตาจะค่อย ๆ มีความหนืดมากขึ้นเหมือนวุ้นหรือเจล (ภาพที่ 1) 
 

52-10-2 
 ก.

52-10-3 
 ข.

   ภาพที่ 1 ก. แสดงโครงสร้างของนัยน์ตา  ข. ภาพสามมิติแสดงตำแหน่งของน้ำวุ้นลูกตา
(ดัดแปลงจาก www.stlukeseye.com)

 

  

          การที่ตาของคนสามารถมองเห็นภาพได้นั้น  เกิดจากแสงจากวัตถุผ่านมาที่กระจกตา โดยมีทางเดินของแสงผ่านไปที่น้ำในช่องลูกตาด้านหน้า  ผ่านเลนส์ตา  น้ำวุ้นลูกตา  และเรตินาหรือจอประสาทตาตามลำดับ    โดยที่เรตินานี้จะมีเซลล์รูปแท่ง (rod cell) ซึ่งไวต่อการรับแสงสว่างและมีเซลล์รูปกรวย (cone cell) ซึ่งแยกความแตกต่างของสีต่าง ๆ ได้  และมีเซลล์ประสาทที่รับกระแสประสาทส่งไปยังใยประสาทของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 2  และส่งไปยังสมองส่วนเซรีบรัมเพื่อแปลเป็นภาพตามที่ตามองเห็น 

             การมองเห็นจุดดำ  เงาดำ หรือใยแมงมุมลอยไปลอยมา (vitreous floaters) ภายในตา เป็นอาการของผู้ที่มีน้ำวุ้นลูกตาเสื่อม (vitreous degeneration) ทำให้เกิดเป็นตะกอนลอยไปมาในน้ำวุ้นลูกตา  ตะกอนเหล่านี้ถ้าหากลอยมาบังตำแหน่งที่แสงผ่านเข้าสู่ตา เราจึงมองเห็นเป็นจุดดำ  เงาดำ หรือใยแมงมุม ขึ้นอยู่กับปริมาณตะกอน  (ภาพที่ 2) 

  

 52-10-4
   ภาพที่ 2  แสดงตะกอนอยู่ในน้ำวุ้นลูกตา   (ดัดแปลงจาก http://www.stlukeseye.com/)

 

  

            ผู้ที่มีอาการของน้ำวุ้นลูกตาเสื่อมมักจะมองเห็นเงาดำหรือใยแมงมุมนี้ได้ชัดตอนอยู่ในที่สว่างหรือมองไปยังผนังพื้นที่สว่าง ๆ หรือฉากที่ขาว ๆ  เช่น  การมองอ่านตัวหนังสือบนกระดาษ  เป็นต้น  อาการแบบนี้ทางการแพทย์ถือว่าไม่ใช่โรค  ไม่อันตราย และไม่มียารักษา  ผู้ที่เป็นมักเกิดความรำคาญ  ซึ่งไม่นานก็จะปรับตัวได้และชินไปเอง    สำหรับผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงจากน้ำวุ้นลูกตาเสื่อมถึงขั้นจอประสาท ตาลอก (retinal detachment) หรือวุ้นลูกตาลอก (posterior vitreous detachment; PVD) จะมีอาการเห็นแสงฟ้าแลบ (flashing) เกิดขึ้นทั้งในที่มืดและสว่าง เนื่องจากปกติน้ำวุ้นลูกตากับจอประสาทตาอยู่ติดกัน บางส่วนอยู่ติดกันแบบหลวม ๆ บางส่วนอยู่ติดกันแน่น โดยเฉพาะที่บริเวณขอบของจอประสาทตา ตะกอนในน้ำวุ้นลูกตาอาจไปดึงกระชากจอประสาทตา  ทำให้เกิดการกระตุ้นและส่งสัญญาณประสาทไปยังสมองแปลผลเป็นแสงฟ้าแลบเกิดขึ้นในตา  ถ้าหากเป็นมากอาจทำให้จอประสาทตาถูกดึงแรงจนฉีกขาดและอาจทำให้มีเลือดออกลอยอยู่ในน้ำวุ้นลูกตา  ส่งผลให้มองเห็นไม่ชัดขึ้น  การที่จอประสาทตาลอกเกิดจากน้ำวุ้นลูกตาไหลออกมาทางรูที่ฉีกขาดของจอประสาทตาและเซาะให้จอประสาทตาลอกออกจากผนังลูกตา  ทำให้ตามัวมากยิ่งขึ้น  และเวลามองทำให้ขอบภาพหายไป หรือมีลานสายตาแคบลง 



           ปกติการเห็นแสงฟ้าแลบมักเป็นอาการที่มีปัญหาทางประสาท เช่น การปวดไมเกรน พบว่าผู้ป่วยจะมองเห็นแสงฟ้าแลบในตาทั้ง 2 ข้างประมาณ 20-30 นาทีก่อนอาการปวดศีรษะจะเริ่มขึ้น  แต่การเห็นแสงฟ้าแลบอันเกิดจากจอประสาทตาลอกจะไม่มีอาการปวดศีรษะเกี่ยวข้อง 



             กลุ่มบุคคลที่เสี่ยงต่อการเสื่อมของน้ำวุ้นลูกตา  ได้แก่ คนที่สายตาสั้นมาก ๆ  คนที่เคยมีการอักเสบหรือติดเชื้อภายในลูกตา  คนที่เคยได้รับการกระทบกระเทือนทางตาอย่างรุนแรง  คนที่เคยได้รับการผ่าตัดต้อกระจก  คนที่มีวุ้นลูกตาลอกหรือจอประสาทตาลอกมาแล้วข้างหนึ่ง  และคนที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคน้ำวุ้นลูกตาเสื่อมหรือจอประสาทตาลอก นอกจากบุคคลในกลุ่มดังกล่าวนี้ที่มีโอกาสเสี่ยงแล้ว  ในปัจจุบันยังพบว่าผู้ที่ใช้สายตามากเกินไปจากการใช้คอมพิวเตอร์ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม  หรือผู้ที่ประกอบอาชีพบางอาชีพที่ต้องใช้สายตามากเช่น ช่างเจียระไนเพชรพลอย  ก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกัน (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคภัยจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ในเว็บบอร์ด : highlight.kapook.com/view/23928) 



             การดูแลเบื้องต้นหากสังเกตเห็นเงาดำหรือใยแมงมุมมากขึ้นผิดปกติ  ตามัวมากขึ้น หรือเห็นแสงฟ้าแลบร่วมด้วย  ต้องรีบไปหาจักษุแพทย์ และให้หมั่นตรวจสอบเสมอ ๆ ว่าลานสายตาแคบลงหรือผิดปกติหรือไม่  โดยวิธีการใช้มือปิดตาทีละข้างแล้วมองตรงไปข้างหน้าในระยะ 3-4 เมตรโดยประมาณ  หาจุดสังเกต (จุดที่จะโฟกัส) ไม่กลอกตาไปมา  สังเกตดูขอบเขตของการมองเห็นภาพ (ลานสายตา) มากน้อยแค่ไหน  ถ้าลานสายตาแคบลง  อาจเกิดการฉีกขาดของจอประสาทตาก็เป็นได้  ถ้ามีการฉีกขาดของจอประสาทตาต้องรักษาโดยการยิงแสงเลเซอร์เพื่อป้องกันจอประสาทตาลอกต่อไป  ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่มีการรักษา  คุณก็อาจมีสิทธิ์ตาบอดอยู่ในโลกมืดก็เป็นได้ 

 

  

เอกสารอ้างอิง

หนังสือเรียนชีววิทยาพื้นฐานและเพิ่มเติม เล่ม 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544

http://www.rcopt.org/

http://www.lasersurgeryforeyes.com/  http://www.coopereyecare.com/  

http://dr.yutthana.com/retina.html 

 

3,565 total views, 0 views today